Saturday, December 21, 2019

REVIEW: FINE SCAN LASER รูขุมขนจมูกและแก้มที่ The Clover Clinic Siam Sq.1

ฮายยยย 
ใครที่ติดตาม Social เชอบ่อยๆ จะเห็นเชอลงไอจีสตอรี่โพสต์ว่าไปเลเซอร์หน้าบ่อยๆ อยู่ใช่ม้า?
มาค่ะ วันนี้เราได้ฤกษ์อัพเดตผลลัพธ์กันละจ้าาา
เชอทำเลเซอร์ตัวที่ชื่อว่า FINE SCAN ที่ The Clover Clinic สาขา Siam Square 1 นะคะ
โดยเลเซอร์จมูกและแก้ม 


เจ้าของเคสคือคุณหมอเจี๊ยบ (สวยมาก55555)
แต่เชอมีทำกับคุณหมอนัทด้วยค่ะ สลับกันไปเนื่องจากเวลาไม่ตรงกัน
[เชอมีฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับคลินิกนี้ด้วย *non-sponsored*]

 
CONCERN: 
เดิมที เชอ Concern รูขุมขนจมูก มากกกก มากถึงมากที่สุด 
มันเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่หายขาด แต่งหน้าแล้วไม่เนียน เห็นเป็นรูๆๆ ยิ่งหน้าสดคือเห็นรูน่ากลัวมาก 
และยังมีติ่งเนื้อนูนตรงจมูกอีกด้วย อันนี้คือทนมานานมาก
เป็นมาหลายปีมากจริงๆ ประมาณ 5-6 ปีได้ 
แต่งหน้าแล้วรู้สึกแย่เวลาเห็นตลอด มันนูนมาก ชัดมาก ต้องคอยเฉดดิ้งทับลงไป
vvvvvv
เนี่ย ภาพตอนถ่ายงานคือแบบ เนื้อนูนชัดจริงๆ 
ประวัติการรักษาเมื่อก่อน:
1. เคยฉีดคีลอยด์กับอีกคลินิก ก็ยุบลงนิดนึง สุดท้ายก็กลับมานูน 
2. เคยเลเซอร์จมูกกับอีกที่ หมอไม่แนะนำให้ฉีดเลย พื้นที่รอบๆ รอยแผลนูนก็พอจะดูฟูขึ้น ทำให้ติ่งนูนดูยุบลงหน่อยนึง รูขุมขนโดยรวมดูดีขึ้น แต่พอเจอสภาพอากาศเอยอะไรเอย สุดท้ายรูขุมขนก็ชัดขึ้นอีก แต่ไม่ลึกเท่าเดิม 
.
.
พอมาฉีดฟิลเลอร์ที่ The Clover Clinic เลยมีโอกาสได้ปรึกษากับคุณหมอเจี๊ยบ 
เค้าเลยแนะนำเป็นตัว FINE SCAN และแนะนำให้ทำแก้มไปด้วยเลย 
เพราะเริ่มมีหลุมหน่อยๆ และแนะนำให้ฉีดแผลนูนควบคู่ไปด้วยเลย

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ FINE SCAN
เริ่มแรกจะต้องคลีนหน้าก่อน

 จากนั้นเค้าก็จะแปะยาชาประมาณ 45 mins จากนั้นหมอก็จะยิงพร้อมที่เป่าลมเย็น

ถามว่าเจ็บมั้ย ก็จะมีความรู้สึกแสบๆร้อนๆอยู่ แต่ทนได้อยู่ค่ะ  แนะนำว่าตรงปลายจมูกนี่ควรจะทาให้ยาชาทั่วถึง ไม่งั้นนี่มีน้ำตาร่วง 55555555

BEFORE
จะเห็นได้ว่าเนื้อนูนนั้นค่อนข้างชัด รูขุมขนตั่งต่างงงง (นี่พลีชีพมากนะ) 555555555
แก้มมีหลุมสิวบ้าง

หลังทำเสร็จ
หน้าก็จะแดงๆ แบบนี้ ทางคลินิกเค้าจะมีทายาให้ละก็ลงกันแดดให้ด้วย
เราสามารถแต่งหน้าทับได้นะคะ 


หลังฉีดแผลนูนไป 4-5 ครั้ง


เนื้อนูนตรงจมูก ยุบลงแบบบ OMGGGGG!!! ดีใจน้ำตาจะไหลลลลลลลลจริงๆ


คือหลังฉีดไป 4-5 ครั้ง มีวันนึง เห็นเหมือนจะเป็นสิวตรงแผลนูน เลยกดเบาๆปั๊ป หนองแตกกก!!! คืองงมาก ละเลือดออกเยอะมาก! หนองก็ออกมาไม่หยุด กดยังไงก็ยังออก เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 วัน 

พอไปพบคุณหมอ หมอก็บอกว่าสงสัยมันเป็น ต่อมไขมันสะสม.... 
นี่แบบ งงมาก มันสะสมมา 5-6 ปีงี้เลยอ่ะ  
หมอก็ไม่ฉีดคีลอยด์ให้ละ เพราะถือว่ามันเป็นต่อมไขมัน อีกอย่างตอนนั้นมันเป็นแผลลอกด้วย
วีคหลังจากนั้น หนอง (ต่อมไขมัน) มันก็ยังมีออกมาอยู่บ้าง แต่ก็ยุบลงไปเยอะจริงๆ เลยอยากแนะนำว่า ใครมีแผนนูน รอยนูนอย่าเพิ่งไปผ่าตัด แนะนำลองไปหาหมอก่อน ให้หมอประเมิน  
หลังเลเซอร์ไป 6 ครั้ง
ต้องหมั่นลอกจริงๆ สิวเสี้ยน 
แต่ช่วงนั้นเชอไปเลทุกสองอาทิตย์เลยไม่อยากลอกถี่เกิน กลัวผิวระบม 555

หลังเลเซอร์ไป 11 ครั้ง
ถ่าย ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2562
ครั้งนี้เชอไม่เลแก้มแล้ว เพราะคิดว่าเพียงพอแล้วล่ะ แก้มเนียนขึ้นละ
(ในภาพคือไม่ได้ลบเมคอัพออกนะคะ)
 ไม่อยากให้มันแดงง่ายด้วย ต้องบอกว่าไลฟ์สไตล์เชอมันเจอแดดแบบเลี่ยงไม่ได้
เลยทำให้ผิวแดงง่าย แต่เรื่องความเนียนของแก้มคือดีขึ้นอยู่ค่ะ
.
.
ทีนี้เคสเชอเนี่ย มันมีความผีบ้าไม่จบไม่สิ้นตรงที่ ต่อมเก่ามันยุบ อยู่ๆต่อมใหม่งอกขึ้นมา
หมอนัทแนะนำว่า ถ้ารำคาญมากๆ ส่องกระจกแล้วหงุดหงิด แนะนำให้จี้ออก
แต่การจี้จะทำให้เป็นแผล อาจจะดูขาวๆหรือสีไม่สม่ำเสมอ...


เราเลยยังไม่กล้าจี้ แงงงง หมอเลยบอกให้กลับไปคิดก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับมา 55555555

เลเซอร์ครั้งที่ 12

ผลลัพธ์หลังเลเซอร์ครั้งสุดท้าย เดี๋ยวเชอจะกลับมาอัพเดตอีกครั้งนะคะ 
ตอนนี้มันยังแดงๆ หลังเลอยู่

วิธีการดูแลผิวหลังเลเซอร์

ผิวมันจะสากๆ แดงๆ หน่อยนะคะช่วงแรก 

คลินิกจะให้ตัวครีมมาตัวนึงค่ะ ต้องทาประมาณ 3-5 วันแรก เช้า-เย็น 

ที่สำคัญคืองดสกินแคร์ทุกชนิดยกเว้น moisturizer และ กันแดด สำคัญมากกกก 
ห้ามใช้อะไรขัดผิวเด้อออ สคร้งสครับงดเลย 

ระยะเวลาการทำเลเซอร์ FINE SCAN
แรกๆ เชอเข้าไปทำเดือนละหน แต่หลังๆ จะเป็น 2-3 วีคหนนึงค่ะ 
เพื่อให้ผลลัพธ์มันชัดเจนขึ้น

ผลลัพธ์ FINE SCAN ในความเห็นส่วนตัว

💖 
ในเรื่องรูขุมขน โดยรวมดีขึ้น แต่แก้มดีขึ้นชัดกว่าจมูก ซึ่งหมอก็บอกตรงๆว่าจมูกมันยากที่จะหาย ยังไงมันก็ไม่หาย100% เพราะเนื้อเยื่อคนละแบบ แต่ถามว่ากระชับขึ้นมั้ย? ตอบว่ากระชับขึ้นอยู่ค่ะ ไม่เห็นเป็นเสี้ยนดำเท่ากับแรกๆ 
แต่ต้องดูแลดีๆ เช่น ไม่ใช้ silicone ไม่สครับ ไม่กด
สรุปว่า ทำดีกว่าไม่ทำค่ะ 55555555 อันนี้จริงๆ 
ไม่งั้นเราก็จะเครียดกับรูขุมขนมันทุกวัน

วิธีการดูแลรูขุมขนจมูกแบบที่หมอแนะนำ
หมั่นลอกสิวเสี้ยนทุก 2-3 วีค เพราะถ้าไม่ลอก ต่อให้เลไปก็ยังอุดตันอยู่ดี
การทำให้มันอุดตันน้อยที่สุดก็จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดต่อมไขมันน้อยลงด้วย

ราคา FINE SCAN
 บริเวณแก้ม โซน Butterfly 2,000/ ครั้ง
จมูก 2,000/ ครั้ง
คอร์สต่อการยิง 1 จุด x5 ครั้ง  = 8,500
ทั่วหน้า 3,500/ ครั้ง
คอร์สต่อการยิงทั่วหน้า x5 ครั้ง = 15,000 // x10 ครั้ง = 20,000 

ต้องทำกี่ครั้ง?

คุณหมอเจี๊ยบบอกว่า ประมาณ 5 ครั้งขึ้นไปก็จะเริ่มเห็นผลค่ะ

ราคาฉีดแผลนูน

จุดละ 300-1000 ค่ะ ขึ้นอยู่กับขนาด 
อย่างไซส์เชอ 300-500 บาทค่ะ

หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆ ที่กำลังมีปัญหาผิวแบบเชอนะคะ
โดยส่วนตัว เชอรู้สึกวางใจคลินิกทั้งภาพรวม ทั้งคุณภาพของที่เลือกใช้ ราคาสมเหตุสมผล 
มีให้ผ่อนได้ 3 เดือน เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนอย่างชั้นมากๆ 5555555555
เลยเลือกทำ และเลือกฝากหน้าไว้ที่นี่
ต่อไปมีอะไร คิดว่าคงจะแวะไปที่นี่อีกค่ะ เดินทางง่ายด้วย อยู่สยามสแควร์ 1

ยังไงใครสนใจข้อมูลด้านไหนลอง Add line @TheCloverClinic (มี @ sign) 
หรือติดตาม FB, IG The Clover Clinic ดูได้ค่ะ
https://www.facebook.com/TheCloverClinic/ 
https://www.instagram.com/thecloverclinic/ 
-----------------------------------
Disclaimer: Service sponsored by The Clover Clinic.
*This review is based on my personal opinion.
Share:

Thursday, December 19, 2019

REVIEW: KOLO KLEAR อาหารเสริมช่วยฟื้นฟูลำไส้ ลองจริงกินจริง!

"ลำไส้ดี ชีวิตเปลี่ยน" 

คำนี้เชอโคตรเชื่อ! 

ก่อนจะไปเข้าสู่รีวิว ขอท้าวความประวัติลำไส้ตัวเองสักนิด 
เชอเป็นคนที่ท้องผูกขั้นสุดมากกกกกก มากกกกกกกก
เหตุส่วนหนึ่งคือ ลำไส้เชอพังจากการกินยาลดความอ้วนเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ( 2013): 
อันตรายจากยาลดความอ้วน อย่ากิน!! ถ้าไม่อยากตาย! http://www.cherriiecherry.com/2018/04/blog-post.html

เคยกินพวกยาที่บอกว่าถ่ายไขมันๆ ไรงี้ กลายเป็นว่าถ่ายเองไม่ได้ ร่างกายพัง รักษามานาน
ละหลังๆ เชอกินคลีน กินข้าวไรซ์เบอร์รี่ละมันย่อยยาก (จะให้เปลี่ยนเป็นข้าวขาวก็ไม่ได้ละอะ55555) ละไม่ชอบกินมันสัตว์หรือของมันจัด ทำให้ถ่ายยากไปอีก 

แต่ถ้านี่ก็เป็นคนกินผักทุกวันนะ (ส่วนใหญ่เป็นมื้อดึกที่กินผัก) ผลไม้มีบ้าง แต่เป็นชอบลืมดื่มน้ำ  
ถ้าวันไหนที่เชอกินของมัน กินแน่นเยอะ หรือดื่มน้ำเพียงพอ กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะก็จะถ่าย 




วันเสาร์ สบายๆ เรื่องการกิน. 👉🏻จัดสลัดผักของชอบทั้งนั้นชามโต๊โต ซื้อจาก gourmet 👉🏻กาแฟนม lowfat 👉🏻กาแฟนอกเฟรมอีกแก้ว สั่ง get มาส่ง ไม่หวาน นมปกติ 👉🏻cubic ใส่ชีสนิดหน่อย+ไข่ขาว 👉🏻ปลาเก๋าแดงหมักซอสของหม่อม อิ่มผักแบบฟูท้องมากอะ นี่สินะ ฟีลอิ่มไฟเบอร์😂 Ps* ตั้งแต่ลดเนื้อแดง โดยเฉพาะไก่ และกินผลไม้เพิ่มขึ้น ขับถ่ายดีขึ้นจริงๆนะ ปกติ3วัน ถ้าไม่สวนก็คงไม่ถ่ายเลย เนื้อว้วเราย้งมีกินอยู่ประมาณ2-4วัน/อาทิตย์ แต่ปริมาณไม่เยอะ จะเป็นเนื้อต้มผักมากกว่า #stayfitwithcherriiecherry
A post shared by Thank God for yoyo effect. (@thankgodforyoyoeffect) on
นอกจากนี้คือเป็นคน lifestyle "เครียด" อันนี้แก้ไม่ได้ เพราะด้วยหน้าที่การงาน 
มันเครียดกดดันแทบจะตลอดเวลา 

วิธีแก้ปัญหาที่เชอทำมาคือ "ต้องสวน" นี่ประสบการณ์จริงเลยนะ
มีบางช่วงสวนแทบทุกวันอ่ะ ซึ่งไม่ดี แต่มันจำเป็นในบางครั้ง อึดอัดตัวมาก

สรุปว่า.. การขับถ่ายของเชอส่วนใหญ่จะไม่ค่อยปกติ 

ทีนี้เราพูดกันแบบตรงๆ เชอเป็นคนที่จะไม่รีวิวอาหารเสริมอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเข็ดกับการเจอฤทธิ์โยโย่ยาลดความอ้วนมาก ไหนจะลำไส้พังอีก
แต่อันนี้เชอเลือกที่จะรีวิว เพราะมันไม่ใช่​ยาลดความอ้วน หรือยาถ่ายระบายใดๆ ทั้งสิ้น
และมันมีสรรพคุณที่ตอบโจทย์เชอมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อีกทั้งเป็นแบรนด์ของพี่ที่รู้จักเอง เลยกล้าลอง

KOLO KLEAR by MEBrio อาหารเสริมที่ช่วยฟื้นฟูให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น 

เมื่อสุขภาพลำไส้ดีขึ้น มันก็ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก (หรือท่อตรง) ภูมิแพ้ ปัญหาสิว ผิวต่างๆ 
ที่เราเคยได้ยินว่า ไม่ถ่ายละเป็นสิว นี่แหละที่มา เพราะมันมีของเสียสะสม

ตัวโปรดักส์อันนี้ เค้าถือว่าเป็น อาหารของโปรไบโอติก (แบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในลำไส้เรา) 
ประกอบด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ (Soluble Fiber) ได้  2 ชนิด คือ FOS & PHGG 
ซึ่งร่างกายเราควรจะได้รับ Soluble Fiber 6-8 กรัม/วัน 
หรือเทียบเท่ากับการกินแอปเปิ้ลขนาดกลาง 8 ลูก/วัน
ละตัว KOLO KLEAR นี่ก็เทียบเท่าแอปปิ้ล 8 ลูกเลยทีเดียว! 



หน้าที่หลักๆ ของ โปรไบโอติก  คือ
1. ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดอื่นที่อาจก่อให้เกิดโรคติดเชื้อ
2. เสริมสร้างความแข็งแรงของผนักลำไส้และภูมิคุ้มกันโดยผลิดกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย
3. ช่วยสังเคราะห์ Vit D และ ส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4. สร้างชั้น Biofilm ที่ช่วยป้องกันและเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน 

เมื่อ โปรไบโอติก แข็งแรงขึ้น..
1. มันจะช่วยสร้างชั้น biofilm ที่หนาแข็งแรง ช่วยให้การดูดซึมอาหารในลำไส้ดีขึ้น ได้รับวิตามิน สารอาหารต่างๆ แบบมีประสิทธิภาพขึ้น
2. ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ อักเสบของผิวหนัง ผิวแข็งแรง จะไม่เป็นผื่นง่ายเวลาเจอฝุ่น ควันพิษ​ (อันนี้ตอบโจทย์มาก กทม.เรานี่ฝุ่น PM2.5 มาบ่อยจริง)
3. กระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ เอาง่ายๆ คือถ่ายง่ายขึ้น ลดอาการท้องผูก และไส้ตรง 
4. ป้องกันลำไส้อักเสบ ลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้
5. ช่วยให้การดูดซึมอาหารโดยเฉพาะแป้ง น้ำตาลช้าลง ประมาณว่าทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ อิ่มนานขึ้น

ทีนี้ถามว่า ถ้าเลือกกินผักผลไม้เยอะๆ แบบไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม ช่วยได้มั้ย?
ตอบ: ช่วยได้นะ แต่มันต้องกินในปริมาณที่ถึงจริงๆ 

วิธีการกิน KOLO KLEAR:

เช้า: กินพร้อมอาหารเช้า 1 ซอง ชงพร้อมน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ประมาณ 250 ml.
**ถ้าคนที่ถ่ายยากมากๆ ให้กินวันละ 2 ซอง คือ 1 ซองพร้อมอาหารเช้า + 1 ซองพร้อมอาหารเย็น**
สามารถชงกับน้ำอื่นๆ ได้นะ เช่นน้ำผลไม้ หรือ น้ำเย็น คนให้ละลาย
หลังดื่มหมด ให้ตามด้วยน้ำเปล่าอีกแก้ว
แนะนำควรกินติดต่อทุกวันเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน (เริ่มเห็นผลใน 4-7 วัน)

PS* ในส่วนของรสชาติ ตัวนี้เหมือนน้ำเปล่า แต่จะมีกลิ่นคล้ายๆ พืชบางอย่าง
กินง่ายๆ ไม่ยากเลย ส่วนตัวชอบชงกับน้ำอุณหภูมิห้องนี่แหละ พอชงน้ำเย็นกลับรู้สึกละลายยากกว่า

ผลลัพธ์หลังกิน KOLO KLEAR: 

ตอนแรกเชอจะกินวันละสอง แต่ได้ลองคุยกับเจ้าของแบรนด์ (พี่แพรว) 

พี่เค้าบอกลองซองเดียวก่อนก็ได้ สรุปว่า.. ซองเดียวก็เห็นผลละว่ะ เอาจริง
จริงๆ ตั้งแต่ 1-2 วันแรกอ่ะ เชอเริ่มฟีลได้เลยว่ามันเริ่มถ่ายเองได้ 
ไม่มีอาการปวดบิด ใดใดทั้งสิ้น ไม่มีอาการท่อตรงแบบเร่งถ่ายด้วย  
ดื่มตอนเช้าพร้อมอาหารเช้า (มีวันนึงลืม เลยไปทบที่มื้อเย็นแทน)

เชอลองด้วยตัวเองเป็นเวลา 15 วัน (ครบ 1 กล่อง)
สรุปได้ว่า.. การขับถ่ายดีขึ้นจริงๆ
น้องอึคือนิ่มลง ปกติเคยถ่ายแบบแข็งมากจนเลือดออก
แต่ทั้งนี้ยังมีบางวันที่ไม่ถ่ายนะ ซึ่งมักเป็นวันที่ดื่มน้ำน้อย (รู้ตัวเลย55555555)

ในส่วนของอาการภูมิแพ้ อันนี้ไม่แน่ใจว่าตัวนี้มันช่วยส่งผลเร็วขนาดนี้เลยมั้ย (ก่อนหน้านี้เคยกินอาหารเสริม Royal jelly ที่ช่วยแก้ภูมิแพ้ แต่หยุดไปเป็นเดือนแล้ว) 
หลังๆ เชอภูมิแพ้น้อยลง อย่างในช่วงที่ฝุ่นกลับมาหนักๆล่าสุดอ่ะ เชอถือว่าอาการน้อยลงนะ 

สรุปโดยรวม KOLO KLEAR ถือเป็นตัวช่วยที่เชอยกให้ผ่านนะ 
ตอบโจทย์คนมีปัญหาลำไส้แบบเชอจริงๆ 
ใครมีปัญหาแบบที่เชอกล่าวมาข้างต้น ลองดูนะคะ

------------------------------------
ช่องทางสั่งซื้อและราคา
KOLO KLEAR 1 กล่อง (15 ซอง) = 890.- (ส่งฟรี)
FB : www.facebook.com/koloklear
LINE: @koloklear
IG: @koloklear
More information: www.koloklear.com
Call: 099-324-9514 (K.Praew)
-----------------------------------
Disclaimer: Product given by Koloklear.
*This review is based on my personal opinion.





Share:

Thursday, February 7, 2019

[เปิดกรุ]: รีวิวสกินแคร์ 19 ตัวที่ใช้แล้วชอบ 2018-2019

"เชอใช้สกินแคร์อะไร? เชอรีวิวสกินแคร์ให้หน่อย ตัวไหนดี?" 
คำถามที่คนถามกันมาเยอะที่สุดแห่งปี มา! วันนี้มาตอบให้หมดเปลือกละจ้าาา
ทะด๊าาา

นี่คือโฉมหน้าสกินแคร์ที่เชอใช้บ่อยที่สุดในปี 2018-2019
คือเรียกว่าใช้ข้ามปี
ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของเชอล้วนๆ นะคะ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวด้วยน้า
ก่อนอื่น ขอบอกสภาพผิวเชอก่อน

สภาพผิวเชอ: ผิวผสมค่อนมัน (มัน T-Zone) รูขุมขนกว้าง
แพ้เป็นบางอย่าง เช่น สครับใช้ทีไรหน้าแหกทุกที หรือไม่ก็ต้องเป็นสครับที่ละเอียดมากเว่อร์
มาส์กโคลน ใช้ละรูขุมขนกว้างกว่าเดิม หมอสั่งห้ามจ้า

บอกก่อนว่า สกินแคร์ทั้งหมด ต่อให้ถูกแพงแค่ไหน มันเป็นสิ่งที่ช่วยภายนอกนะคะ 
จะยั่งยืนไม่ยั่งยืนอยู่ที่พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ สิ่งแวดล้อมที่เจอ
ถ้าพฤติกรรมที่ทำทุกวัน หรือสิ่งแวดล้อมที่เจอมันไม่อำนวย ผิวก็จะพังได้อยู่ดี
และสำหรับเชอ สกินแคร์ 1 ตัวบางทีมันไม่ได้แปลว่าตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง 
มันต้องใช้ร่วมกับตัวอื่นๆ ด้วย 
อ่ะ มาเริ่มจาก Day Routine ก่อนละกัน  
ไล่สเต็ปการใช้ตามนี้ไปเลยนะคะ 
มา เริ่ม!
CHERRIIECHERRY'S DAY SKINCARE ROUTINE
#1 IR Beautina Radiant Gold Clarifying Toner
 ตัวนี้เชอใช้เป็น Step แรกในตอนเช้านะคะ ตัวนี้เป็นโทนเนอร์สิวค่ะ
ตอบโจทย์คนเป็นสิวง่ายมากๆ มันจะช่วยลดสิวอุดตัน กระชับรูขุมขน
และนี่รู้สึกว่าช่วยคุมความมันให้ผิวอ่ะ 
จริงๆ ตัวนี้เชอเคยใช้ตั้งแต่สมัยม.ปลาย-ปี 1 จำได้ว่ามันดีมากๆ คุมมัน ลดสิว กระชับรูขุมขนนี่เห็นชัดเชียว เพื่อนทักเลย แต่พอหมดก็เลิกใช้ไป
เพราะมันสั่งยาก ต้องสั่งไปรษณีย์อย่างเดียวเลย แถวบ้านไม่มี shop ir-beautina เลยค่ะ
ละค่าส่งมัน 100 เลยไม่คุ้มเท่าไหร่กับการเป็นนร นศ.ในช่วงนั้น
ตอนนี้กลับมาสั่งใหม่ เพราะรูขุมขนเริ่มกว้างจากการไปเริ่มงัดแงะมัน แงงง
ก็ค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ 
Texture/ Scent:
เหลวๆ ซึมไวมาก กลิ่นแบบแอบเปรี้ยวๆ นิดนึง แต่ไม่เหม็นนะคะ 
How to use: 
เชอไม่ใช้ลำสี เชอเทใส่มือแล้วตบๆๆ ทั่วใบหน้าเลยค่ะ เน้นตบบริเวณที่เป็นสิว
ส่วนตัวรู้สึกว่ามันช่วยลดสิวอักเสบได้ดี 
ราคา 500.- 
#2 May Well Tension No.5 Anti aging Mist


ตัวนี้ ถ้าใครติดตามเรื่องสกินแคร์เชอ
น่าจะได้เคยได้ยินเชอพูดถึงสเปรย์โบท็อกซ์
ที่โดนป้ายยาซื้อที่เกาหลี
ปีที่แล้วเชอไปทัวร์เกาหลีกับที่บ้าน
ละโดนพาไปแหล่งช้อปคล้ายๆ duty free นี่แหละค่ะ
ละก็โดนป้ายยามาจ้าา ตัวนี้ราคาแรงจริง 
หลักๆ นางเป็นสเปรย์ที่ช่วยเรื่องริ้วรอย ฉีดแล้วแบบ เหมือนเติมโปรตีนให้ผิว
ดูอิ่มฟู เติมร่องริ้วรอย ยกกระชับ ชุ่มชื่น เหมือนเป็นทางเลือกให้คนไม่อยากฉีดโบ
ซึ่งด้วยความที่เราก็เริ่มมีริ้วรอยละ ละก็ไม่อยากฉีดโบจริงๆอ่ะ 555555 
ชีวิตนี้ไม่เคยฉีดเฉิดอะไรที่หน้าเลยค่ะ กลัว
ก็เลยอ่ะ เอาวะ สอยมา ไม่ได้สอยมาตัวเดียว มีตัวครีม stem cell ที่จะรีวิวในอันถัดๆ ไปด้วย
ผลลัพธ์สำหรับเชอ ตอนแรกๆ ใช้ยังไม่ได้ผลมากนะ พอผ่านไปแบบเกือบๆ เดือน เกินเดือน ใช้มาเรื่อยๆ
เริ่มเห็นว่าริ้วรอยมันตื้นขึ้น ผิวดูฟูขึ้น ชอบ คือติดเลย เรื่องชุ่มชื่นเชอว่าไม่ใช่ main benefit
มันไม่ชุ่มขนาดนั้น เด่นคือเรื่องริ้วรอย 
Texture/ Scent:
ตัวนี้เป็นสเปรย์ที่น้ำมันมีความหนืดนิดนึง กลิ่นหอมแบบผู้ดี 
ไม่ฉุน 
How to use: 
ฉีดใส่หน้าสามจุด หน้าปาก แก้มสอง แล้วตบๆๆๆ ให้ทั่วหน้า
มันก็ซึมไวอยู่นะคะ แต่จะหนืดหน้านิดนึง นิดนึงจริงๆ หลังจากนั้นทาสกินแคร์ทับได้
ราคา 398,000W ประมาณ 12,000.-
แรงได้อี๊กกก.
Share:
© cherriiecherry | All rights reserved.
Blog Design Handcrafted by pipdig