Wednesday, April 25, 2018

ทำทรีทเม้นท์ผมที่ร้านกับทำเองที่บ้านเหมือนกันมั้ย?

ตัดผมก็แล้ว ดัดก็แล้วทำสีก็แล้ว..ลืมอะไรกันไปอย่างนึงป่าวจ๊ะสาวๆ
บอกเลอว่าอิเชอก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ “ลืม” ว่า.. “การทำทรีตเม้นท์”นั้นสำคัญไฉน!!
เชอเชื่อว่าใครหลายๆคนคงคิดว่า“เห๊ยทำทรีตเม้นท์ที่ร้านเปลืองตังจะตาย” 
“ทำทำไม? ซื้อกระปุกมาทำเองที่บ้านก็ได้”
สารภาพว่าอิเชอเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ 
 จนกระทั่ง “ได้มาลอง”ของจริงและได้เรียนรู้ถึงโครงสร้างเส้นผมจริงๆ 
ถึงกับบางอ้อเลยค่ะว่ามันต่างกันมว๊ากกก!!
ก่อนอื่นมารู้จักโครงสร้างของเส้นผมสักคน คือผมคนเราจะมี
ชั้นขอใช้ชื่อแทนง่ายๆว่า A B C ก็แล้วกัน ง่ายดี555

ชั้นA – ลึกที่สุด
ชั้นB – กลาง
ชั้น C – ชั้นนอกสุด
ซึ่งช่างที่ Club H Salon ก็ให้ความรู้ว่าทรีตเม้นท์ที่เราทำกันเองที่บ้านน่ะ 
มันบำรุงได้แค่ชั้น C ซึ่งก็คือ นอกสุด
ส่วนถ้าจะให้ถึงชั้น B นั้นต้องอาศัย การอบไอน้ำกับทรีทเม้นท์
แล้วถ้าอยากให้บำรุงล้ำลึกขั้นสุดถึงชั้น A ต้องอาศัย เครื่องช่วยผลักตัวผลิตภัณฑ์ลงเส้นผม
ซึ่งแน่นอน ผลลัพธ์ทั้งสามแบบที่ออกมามันต่างกันแบบสัมผัสได้!!
ความรู้ทั้งหมดนี้ทั้งปวงนี้..อิเชอไม่เคยรู้เลยจ้า!! ให้ความรู้กันไปแล้วมาดูรีวิวขั้นตอนการทำทรีตเม้นท์”ครั้งแรก”ในร้านของอิเชอกันดีก่า
STEP1: APPLY TREATMENT

ตัวผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านใช้กับหัวอิเชอในวันนี้คือ LAKME เจ้าเก่า แต่เป็นสูตรใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า TEKNIA ซึ่งทางร้านยังไม่เคยได้ใช้กับลูกค้าคนไหนเลยยังไม่ได้ลง detail ในโปรแกรมเลยด้วยซ้ำ! อิชั้นรู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆหะที่ได้ทำเป็นคนแรก55555 เป็นปลื้มมมม 
ซึ่งส่วนผสมของทรีตเม้นท์ตัวนี้จะสกัดจากธัญพืชละมาสกัดย่อยแบบนาโน พอเนื้อทรีตเม้นท์มันสัมผัสกับน้ำมันจะดูดซึมเข้าสู่เส้นผมอย่างง่ายดาย ตัวนี้เหมือนเดิมค่ะ 
ไม่มีขายที่ร้านนะคะต้อง Pre-order กับทางร้าน เพราะนำเข้าจาก Spain 
แต่ตอนนี้จะไม่เข้มข้นเท่าตัวที่เชอรีวิวตอนดัดดิจิตอลนะคะคว่ำแล้วจะเหมือน blizzard ค่อยๆละลายลงมา 5555 แต่คุณภาพจัดว่าเทียบเท่า Kerastate ค่ะ
แล้วมันดียังไงล่ะสูตรใหม่?? 
 ตัวนี้จะเหมาะสำหรับผมทำสีค่ะ จะเพิ่มประกายสีทอง สดใสสว่างไสว ทำให้สีผมไม่ตาย ไม่ซีด และบำรุงผมเสียล้ำลึกไปในตัวด้วย
หลังจากสระผมเสร็จเช็ดหมาดๆเจ๊ก้อ
(ดีเจนุ้ยที่ปัจจุบันนางหั่นหัวตัวเองไม่เหมือนดีเจนุ้ยแล้ว)
ของอิเชอก็เริ่มบรรจงลงtreatment ทีละชั้นๆ

ตอนดมกลิ่นจากกระปุกจะหอมๆแบบธรรมชาติยังไม่เท่าไหร่ แต่พอทำเท่านั้นแหละ refresh มากกก คือเจ้ก้อก็บ่นหอมมมๆๆ ตลอด 55555 คือมันหอมจริงๆอันนี้แบบไม่อวยเว่อร์อ่ะ หอมแบบ สดชื่นนนน 
ไม่มีกลิ่นเคมีเลย!!

Share:

Monday, April 23, 2018

อันตรายจากยาลดความอ้วน อย่ากิน!! ถ้าไม่อยากตาย!


เห็นว่าช่วงนี้มีการแห่จับยาลดความอ้วนเถื่อนทั้งหลาย เอาจริงๆ ไม่ว่าจะเถื่อนหรืออะไร เชอก็อยากจะเตือนรอบที่ล้านแปดว่า “อย่าไปกินมันเล๊ยยยย”
ใครที่ติดตามเชอ จะรู้ว่าเชอพูดบ่อยมาก และแชร์เรื่องนี้บ่อยมาก ยังไงอยากให้อ่านกันก่อน
คำเตือน: บทความนี้อาจเป็นบทความที่กระทบต่อผู้ประกอบการ/ร้านค้าที่จำหน่ายสรรพสิ่งเบื้องต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่าน
บทความที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงประสบกานแตรงละความรู้สึกจากเชอเท่านั้น
ไม่ได้มีเจตนาจะจู่โจมใดใด
โปรดเคารพสิทธิ ณ ที่นี้ด้วย
มาตามคำสัญญา
เรียกว่า "แฉ" ตัวเองแบบไม่อายกันเลยทีเดียว
ที่เห็นในรูปข้างบนนี้ ไม่ใช่ไปก๊อปภาพสำเร็จอากู๋มาแต่อย่างใด
มันคือยาที่เชอเคยกินละรวบรวมทั้งหมดในชีวิตมาให้ได้ดูกัน
คาดว่า น่าจะมีนอกเหนือจากนี้ แต่จำไม่ได้แล้วจริงๆ อันนี้รวบรวมเท่าที่จะจำได้
ไม่ขออวดอ้างสรรพคุณแต่ละยี่ห้อ เพราะให้อัพ7วัน7คืนก็คงไม่หมด
เอาเป็นว่า อยากทราบข้อมูลแต่ละตัว อากู๋เพิ่มเติมโลด
เชอแบ่งประเภทของยาหลักๆเป็น 4 ประเภท
อันนี้เอาจากประสบกานจริงเลยนะคะ
1. ออกฤทธิ์กดประสาท
2. ไม่ออกฤทธิ์กดประสาท
3. อาหารเสริม/กระชับสัดส่วน
4. ยาระบาย
เชอกินแต่ละตัว ละเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ
ที่เปลี่ยน สาเหตุหลักๆคือ อยากลองตัวใหม่ และดื้อยา
ถ้าอันไหนกินซ้ำสองกระปุกจะระบุไว้นะคะ
ตัวสุดท้ายที่กินคือ lishou gold ละลาขาดวงจรนี้ตลอดกาล
ถ้าอยากรู้ว่าหยุดกินทั้งหมดแล้วเปนไง ไปอ่าน my diet story ได้ค่ะ
มาลง detail แต่ละกลุ่มกัน
กลุ่มแรก: ออกฤทธิ์กดประสาท
1. Bashi ส้ม, ชมพู
2. Lida
3. P57 hoodia
อันนี้เรียงลำดับความแรงเลยนะคะ
1. Bashi: กินสมัยปี1
ผล: หน้ามืด มึนตึ๊บ จะลุกจะนั่งทีหน้ามืดตลอดปากแห้ง ไม่หิวเลย กินไรไม่ค่อยลง จำไม่ได้ว่านน.ลดเท่าไหร่ แต่รู้แค่ว่าผอมลงอยู่ เพราะมันกดประสาทให้ไม่ให้หิวเลย
ส่วนตัว มีค.รุสึกว่าตัวชมพูแรงกว่า ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตอนนั้นยังกินยาไม่ได้เยอะมาก
2. Lida (Capsule) เคยกินครั้งแรกม.4
ผล: มึนไม่มาก ถ้าจำไม่ผิดนะไม่หิวเหมือนกัน อาการไม่หนักเท่าบาชิ ตอนนั้นรุ้สึกลงไป2โลเป็นอย่างต่ำ
** ตัวนี้ โค-ตะ-รโยโย่จำได้ว่าตอนนั้นเลิกแปปเดียวโย่เลยมั้ง เพื่อนก็เป็น
Lida (Softgel) น่าจะกินถัดจากนั้นสองปีได้
ผล: แรงกว่าตัว capsule ก็ลดเหมือนกัน แต่ไม่มาก มันเริ่มดื้อยาละ
3. P 57 Hoodia (ตัวใหม่สีฟ้า soft gel)
ผล: กินละตึงๆมึนๆ กินเมื่อเดือนเมษาปีนี้ละค่ะกินละรุ้สึกเหนือ่ยๆจุกๆ ระดับนึง นน.ลดมั้ย? ช้ามากค่ะ เลยเปลี่ยนตัวนิสัยเสียป้ะละ - -
กลุ่มสอง: ไม่ออกฤทธิ์กดประสาท
1. Reduce
กินตอนปี2
ผล: ตัวนี้ โด่งดังเหลือเกิน เชื่อว่าใครหลายๆคนที่มองหายาลดนน.ต้องเคยอ่านข้อมูลตัวนี้แน่นอน
เชอซื้อมายกกล่องในราคาที่ถูกมาก(ต่ำกว่า500) อึ้งปะละ? แม่ค้าเค้าก้ยันนะ ว่าเนี่ยแท้ คือเราซื้อกะเค้าบ่อยมากก็ไว้วางใจกัน กินไปก็รุ้สึกว่ามันลดอยู่นะ แต่ไม่ถึงกับพวบ คือลดช้าแต่ลดอ่ะค่ะก็ควบคุมนน.พอประมาณ พอหยุดกินละก็ไม่ค่อยรุ้สึกอะไร จนจำได้ว่าตัวเองกินเยอะเองอะนน.ก้ขึ้น ทีนี้ พอreduceหมด ก็ไปหายาตัวอื่นต่ออีก ยังจะเ*อก!กลับไปกินอีกกก ดูมัน!!!
2. Diva slim
ผล: อันนี้เป็นตัวแรกๆที่กินรู้สึกตอนนั้นประทับใจมาก ลดไป2-3โล ดูเพรียวทันตา ซื้อตั้งแต่สมัยราคาสูงๆ600+ละก็ผันเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย เลยไม่รุ้ว่าโย่ไม่โย่
3. 2 days diet
ผล: นี่ก็เหมือนกัน ลดไป1-2โล
4. The top secret
ผล: ลด1-2 โล
5. L-carnitine
6. L-carnitine แบบเร็ว 7 วัน
กินตอนม.6 ควบคู่ไปทั้งตัว5,6
ผล: มันต้องควบคุ่กะการออกกำลังกายเลยไม่ค่อยเหนผลเรื่องนน.ลด แต่รุ้สึกว่ามันก้เบินระดับนึง แต่ไม่ถึงกับมากส่วนตัวแบบเร็ว7วัน ก็พอรีดน้ำจากร่างได้อยุ่ ทำให้ตัวเบาลง
7. Lishou (ขวดฟ้าใส) กินล่าสุดนี่เลย เดือนสองเดือนที่แล้ว
ผล: ไม่มึน ไม่เบลอคือกินละไม่รุ้สึกอะไร รุ้สึกเบินๆ ตัวนี้เค้าปรับสูตรผสมแอลคานืทีน ลด2โลได้จาก58เหลือ56.5+ มันก้เด้งๆขึ้นๆลงๆ จะไม่เกินกว่า58กินสองกะปุกละรุสึกดื้อยาเลยมาต่อที่
8. Lishou gold ( ตัวแรงที่สุดใน line lishou)
ผล: กินระรสึกอึดอัดนิดนึงเนือยๆเหนิ่อยๆ นน.ไม่ลดแล้ว และเป็นตัวสุดท้ายที่กิน
กลุ่มสาม: อาหารเสริม/กระชับสัดส่วน
1. DHC
- สีฟ้าและส้ม
กินเมื่อสมัยมอปลายถ้าจำไม่ผิด (ตอนนั้นนน.ประมาณ64)
เท้าความสักนิดก่อนหน้านั้นที่ใช้ยา ถ้าใครได้ไปอ่าน diet story ของเชอ จะรุ้ว่านน.ตอนที่เริ่มเล่นฟิตเนสแบบยังไม่ใช้ยา ก้จะประมาน 60-62 แต่พอเริ่มใช้ยาก้จะประมาน58 ละก้จะมีช่วงหยุด ไอที่64นี่คือจากการที่ตัวเองกินเองเลยอ้วนฉุขึ้นมา
ผล: สรุป กินDHC ไปก้เท่าเดิม ไม่ลดจ้า
2. DHC
- เขียว
อ้างว่าลดน่องกินละเท่านั้นอะ ตอนนั้นจำได้ว่าม.4-5นี่ละ กินละเฉยๆมากก
3. Energy Now
กินตอนเมษาปีนี้
ผล: เฉยๆอะ รุ้สึกไม่ช่วยเรื่องลดแต่ช่วยเรื่องเฟิมนิดนึง(มั้ง) คือมันไม่ใช่ยาสำหรับลดนน.แต่อ้างว่าทดแทนการออกกำลังกาย ก็รู้สึกเฉยๆ เบินๆนิดหน่อยมั้ง
4. LCH 3L
ผล: กินละตัวหนาขึ้นนนนน รุ้สึกได้ว่าตัวหนาขึ้นจิงจัง!! เลยหยุดไป กินไปได้กล่องกับอีกไม่กี่เม็ด
5. Speed shape
ผล: กินละน่องตึงๆ(นิดนึงมั้ง)ไม่ก้รุ้สึกไปเอง แต่มีเพื่อนทักอยู่ พอเลิกก้เหมือนเดิม
6. Vitamin ลดสัดส่วนทั้งหลาย
ผล: กินละรุ้สึกเรียวขึ้น(บ้าง)หรือไม่ก้คิดไปเอง แต่พอมาหาข้อมุลตอนเลิกกินไปแล้ว กลับพบว่ามันไม่ได้มีใบอนุญาตในการนำเข้ามา มะมีใครกล้าเปิดเผยว่าที่มาที่ไปเป็นยังไงมะมีอย.ด้วย หมดกัน==
7. Fuco pure
ยาปลอม!! ถูกจับไปเรียบร้อย กินแล้วก็อ้วนขึ้นด้วยค่ะ
8. Elise slim magic capsules
กินละเฉยๆมาก ไม่รู้สึกอะไรเลย เสียไป600 --
กลุ่มสี่: ยาระบาย
1. Q brite detox
กินเมื่อม.5หรือ6นี่ละ
ผล: ขี้กระจายค่า ถ่ายทุกเช้า แต่พอกินไปได้สองกระปุก หลังจากนั้น อิเชอขรี้เองไม่ได้ค่า!!ลำไส้พัง!!! รักษาเป็นปีเลย ทรมานมาก เพราะชะนั้นอย่ากินทุกวัน!! เอาไว้ท้องผุกจริงๆค่อยกิน!! เตือน!!
2. Cactus
กินตอนปี3
ผล: อ้างว่าทำให้อิ่ม +ดีทอกเพาะมีบุกกะส้มแขก แต่คือ กินละอิเชอเฉยๆอะ เพาะมันคงดื้อยาไปแล้วมั้ง==
3. U.S.A advance detox IPL
ตัวนี้กินเฉพาะเวลาไปจัดหนักเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ของมันๆ
ผล: รู้สึกชอบค่ะตัวนี้อันนี้ไม่ได้กินเป็นประจำ มันถ่ายเป็นเมือกมันๆออกมาเลย แต่ไม่แนะนำให้กินบ่อย เด่วจะเป็นเหมือนอิเชอถ้าเป็นครั้งคราวแบบที่ไปจัดหนักมาก็โอเคอยุ่ ตัวนี้ไม่ได้ใส่รุปไปนะคะพอดีเพิ่งนึกได้
จากทั้งหมดทั้งปวงแล้วจะเห็นได้ว่า มันก็เป็นวงจรอุบาทว์สิ้นดี!ที่นน.ก็ลด1-2โล แต่ถ้าไม่ควบคุมการกิน มันก็ขึ้นมาใหม่ละก็ต้องไปควานหายาตัวใหม่ที่แรงกว่า อ้างว่าดีกว่าสูตรเดิม พอกินอีก หยุดยาปุ๊ป พอร่างกายมะมีตัวช่วยนน.ก็ขึ้นมาอีก ละก็ต้องไปหายาตัวใหม่ที่แรงกว่าอีก จนสุดท้าย..
“เสียทรัพย์ ร่างพัง ดื้อยา อ้วนขึ้น โยโย่หนัก ลดยาก !!”
นี่คือหลุมพรางของยาลดความอ้วนอย่างแท้จริงค่ะ!!
ขอเตือนสาวๆไว้เลย
ใช้วิจารณญาณจริงๆนะคะ
คิดดูนะจากตอนเชอมอต้น-ปลาย ลดเองตั้งแต่เกือบ 80 จน 62-64 ละก็ด้วยความ "โง่"
มีคนสั่งให้เราไปกินยาลดความอ้วน เพราะเราอ้วนไป
ก็เลยไปเริ่มกินยานั่นละค่ะ 
จุดเปลี่ยนชีวิต*** จนถึงตอนนี้ ไม่กล้าช่างนน.เลย กลัวรับตัวเองไม่ได้ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปเจอเพื่อนเลย เพราะเพื่อนติดภาพเราตอนผอมกว่านี้ไปแล้วหน้าตอนนี้อืดขึ้นมาก กระโปรงก้คับใส่ไม่ได้ ขนาดควบคุมการกินแล้วนะคะออกกำลังกายแล้ว มันยังลดยากเลย ตอนนี้ต้องแข็งใจและสู้ชีวิตมากค่ะ กลัวจริงๆกลัวว่านน.จะพุ่งไปแบบ70+มะก่อน นี่ยังดีที่ได้ออกกำลังกายอย่างน้อย3วันต่ออาทิตย์เชอจะทำให้เป็นนิสัยมากกว่านี้ หลังจากนี้ จะเป็นการรีวิวปฏิบัติการ 
“ฟื้นฟูร่างที่พังจากการโยโย่!!”
ละเชอจะมาอัพเดทตั้งแต่การกินการใช้ชีวิตทุกอย่างให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะคะ
ลองไปเสริชหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยเชื่อเชอเถอะค่ะไม่มีใครที่กินยาลดความอ้วนแล้วจะผอมค้ำโลกแม้กระทั่งเลิกกินไปแล้วแรกๆอาจควบคุมได้ แต่พอไปนานๆ ร่างกายดีดกลับจริงๆ
นี่เชอมาหยุดยาทุกอย่างเพราะรักตัวเอง พอแล้วจริงๆ หยุดการทำร้ายตัวเองด้วยวิธีผิดๆ ละหันมาออกกำลังกายลดช้าก็จริง แต่เป็นผลดีระยะยาว สร้างกล้ามเนื้อละมันจะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มาก ต่อให้กินเยอะต่อไปก็อ้วนขึ้นยากแล้วรู้ตัวตอนนี้ก้ยังทันค่ะ สาวๆคนไหน ที่ยังพึ่งยาอยู่ คิดให้ดีนะคะ! อย่าเชื่อเชอคนเดียวนะ ไปหาข้อมูลให้เยอะๆ แล้วใช้วิจารณญาณตัวเองค่ะ
ด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง
Xoxo
---------------------------

ถ้าใครที่อยากรู้ว่าผลข้างเคียงหลังเลิกยาเป็นไง? โยโย่มากแค่ไหน? ต้องทำยังไงถึงให้หายโยโย่เหมือนปัจจุบัน? อ่านเพิ่มเติมได้จาก 2 ลิ้งค์นี้ค่ะ
  http://www.cherriiecherry.com/2017/04/update-4.html 


Share:

Thursday, April 19, 2018

REVIEW: คู่ครีมขาวออร่าพุ่งในข้ามคืน ลอรีอัล ไนท์ครีม+สลีปปิ้งมาส์ก

อันนยองงงงง~~~
วันนี้อิเชอมารีวิวสกินแคร์ของลอรีอัลอีกแล้นนนน
ถ้าใครยังจำได้ ครั้งที่แล้วเชอเคยรีวิวตัว ไวท์ เพอร์เฟ็คท์ เดย์+ไนท์ คู่กันไปแล้ว
คือรีวิวระดับพลีชีพหน้าสดถึงรูขุมขน ใครยังไม่เคยอ่าน จิ้มลิ้งค์ด้านล่างเลยจ้า
 เอาจริงๆ ทุกวันนี้ยังใช้อยู่เลย 555 
ใช้คู่กันทั้งเดย์+ไนท์ นางเริ่ดอยู่นะ 
คือเก็บหนังหน้าตอนใช้ครบ 5 วันละเออมันเห็นผลดีว่ะ ไปลอง
ครั้งนี้ได้ลองจับคู่เป็น  ไวท์ เพอร์เฟ็คท์ ไนท์ครีม กับ สลีปปิ้งมาส์ก บ้าง! 
เห็นเค้าเคลมว่า ใช้สองตัวนี้คู่กัน ออร่าพุ่งเพียงข้ามคืน!!!
(มันเป็นครีมกลางคืนอ่าเนอะ อย่าถือสาความมุ้งมิ้งของชุดนอนอิชั้นเลย555)
ครั้งที่แล้วเราออร่าพุ่งใน 5 วันกับเดย์+ไนท์ แต่คราวนี้เบอร์แรงมาก เพียงข้ามคืนเลยจย้าา 
จะจริงไม่จริง รอดู เอ้าเริ่ม!
ไวท์ เพอร์เฟ็คท์ ไนท์ครีม (White Perfect Night Cream) 
 ตัวนี้เคยรีวิวไปล๊าววว
นางก็เป็นไนท์ครีมน่ะแหละ ทาก่อนนอน 
ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำตอนกลางคืนที่พวกเรานอน ละก็เติมความชุ่มชื่นให้กับผิว 
อุดมด้วยวิตามินอี ช่วยให้ตื่นมาหน้าขาวใสขึ้น ออร่าพุ่งงี้ 
 เนื้อผลิตภัณฑ์ (TEXTURE): 
ถ้าใครจำกันได้ ไนท์ครีมจะเป็นเจลสีม่วงพาสเทลแบบนี้แล~
เนื้อเกลี่ยลื่นมากๆ ไม่เหนอะหนะ บางเบา ไม่หนักหน้านะ
กลิ่น (SCENT): 
กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน
 ไวท์​ เพอร์เฟ็คท์ สลีปปิ้ง มาส์ก 
(White Perfect Sleeping Mask)
 ตัวนี้เป็นสลีปปิ้งมาส์ก คือเป็นมาส์กที่ใช้ทาละนอนไปได้เลย ไม่ต้องล้างออก
หลักๆ หน้าที่นางคือช่วยบำรุงให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่น และช่วยให้ผิวขาวใสเร็วขึ้นในข้ามคืน 
เนื้อผลิตภัณฑ์ (TEXTURE): 
แกร! นางเป็นมาส์กเจลลี่สีชมพูเข้มข้นดึ๋งดั๋งแบบคิ๊วท์ๆ มีเม็ดบีดส์แฝงตัวอยู่มากมาย 
เห็นมั้ย เม็ดขาวๆนั่นแหละ ซึ่งมันคือไวท์เทนนิ่งแคปซูลนั่นเอง น่าบี้จริงๆ 5555555
กลิ่น (SCENT): 
อันนี้กลิ่นหอมเตะจมูกกว่าไนท์ครีม ให้อารมณ์เจลลี่อ่ะะะ 55555

Share:

Tuesday, April 17, 2018

REVIEW: เลเซอร์แผลเป็น+รูขุมขนจมูกที่ BSL Clinic

สวัสดีค่า
หลังจากค้างรีวิวไว้เนิ่นนาน วันนี้มาจัดให้แล้วววว
กับรีวิวเลเซอร์จมูกรักษาแผลเป็นและรูขุมขน จำนวน 6 ครั้ง+1 ที่ BSL CLINIC 
อยู่ตรงศาลาแดง ด้านหลัง Central Silom นะจ๊ะ เดินทางง่ายมาก ลงบีทีเอสศาลาแดง 
เดินเข้าเซ็นทรัลออกประตูหลังชั้น G ถึงเรยเจ้า 
ก่อนอื่นบอกก่อนว่า จริงๆเชอมองหาที่ๆ เน้นรักษาแผลเป็นนูนตรงจมูก 
ขนาดว่ามองไปถึง level ผ่าตัดซะด้วยซ้ำ เพราะไอติ่งเนื้อตรงจมูก 
มันเป็นแผลเป็นมาสิบๆปี รำคาญมาก เวลาแต่งหน้าก็ไม่เนียน
ทีนี้เชอก็ศึกษาๆๆ หาข้อมูลเยอะมาก ว่าจะเอาที่ไหนดี? 
จนมาเจอ BSL CLINIC จ้า
อ่ะ แปะ อันนี้เป็น Testimony ว่าทำไมเลือกรับบริการกับ BSL CLINIC
ตามที่เขียนเรย
หลายคนอาจจะสงสัย ทำไมเลือกทำที่นี่? มีเลเซอร์ตั้งหลายที่
ง่ายๆ เลย 
1. ความน่าเชื่อถือ
เชอดูสถานที่ๆ น่าเชื่อถือ ดูรีวิว ที่ไหนมันดูโอเค ภาพลักษณ์คลินิคเป็นไง 
จากที่ดูข้อมูลทั้งเว็ป ไลน์ ต่างๆนานา เห็นคุณหมอดูน่าเชื่อถือดีค่ะ ดูมีประสบการณ์
ไม่ใช่เอาพนักงานมาเลเซอร์ให้ 
2. เดินทางง่าย ใกล้บ้าน 
แน่นอน ถ้าให้ถ่อไปไกลๆ ไม่ไหวจ้า เหนื่อย 55555 
นี่สะดวกจริง นั่งบีทีเอสแป๊ปเดียวถึงเลย 
3. เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาดี
จากที่เชอเล่าความต้องการ เล่า concern ของเชอกับจนท.ว่าเราต้องการอะไร
จนท.ก็แนะนำดีค่ะ ไม่แบบพยายามยัดเยียด hardsell จนท.สุภาพมาก 
4. ราคารับได้
ราคา FRAXEL LASER @ BSL CLINIC
เลเซอร์จมูกปกติตกครั้งละเกือบ 4000 ไม่ก็เกิน 4000 นี่แหละ จำไม่ได้จริงๆ
แต่ถ้าเหมาคอร์ส 6 ครั้ง ก็จะได้ถูกกว่าเป็นครั้ง คืออยู่ที่ 3,750/ ครั้ง x 6  ก็ 22,500.-
เชอก็มีถามทางเจ้าหน้าที่เหมือนกันว่า "ไม่มีโปรไม่มีไรหรอ?"
เค้าบอกว่า ด้วยความที่เป็นสถานพยาบาลจริงๆ ก็เลยไม่ได้เน้น hardsell 
ตอนแรกเชออยากจะฉีดคีลอยด์ตรงจมูกด้วย จนท.ก็บอกว่า หมอสามารถฉีดให้ได้ 
คือ cost cover แล้ว เชอก็เลยโอเค
ราคาอาจจะสูงกว่าที่อื่นหน่อยนึง แต่ถ้าดูสถานที่ การเดินทาง ความน่าเชื่อถือหลายๆ อย่าง เชอโอเค
ละก็ BSL มีให้แบ่งผ่อนครึ่งนึง 2 งวดด้วย ถ้าจ่ายสด ลดอีก 3% อันนี้ดี แฮปปี้ 55555 
หลังจากตกลงเสร็จสรรพก็เข้าพบหมอค่ะ
พบหมอที่ BSL CLINIC
คุณหมอเจ้าของเคสเชอชื่อ นพ.​วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล
หมอหน้าตาใจดียิ้มแย้ม 555 ถ้าหมอมาอ่านคงขำ 5555
 อ่ะต่อๆ
หมอก็อธิบายให้เชอชัดเจนก่อนทำ ว่า จมูกเชอมีปัญหาอะไรบ้าง
ผิวตรงนี้ จะทำการรักษายังไง เลเสร็จผลเป็นไง ละก็ชี้ให้เชอดูรอยบุ๋มหลุมต่างๆ ตรงจมูก
คือถ้าเราไม่สังเกตเชอก็ไม่รู้เลยอ่ะว่ามันมีรอยบุ๋มเยอะ หมอแบบส่องไฟให้ดูเลยจ้า
ซึ่งหลักๆ สรุปใจความหมอได้ว่า..
1. หมอไม่ฉีดคีลอยด์ให้
เพราะ จมูกเชอมีหลุมตรงข้างๆ ติ่งเนื้อพอดี ฉีดไปอาจทำให้areaโดยรวมดูบุ๋มลงไปอีก
และมันก็ไม่ได้ผลระยะยาว เท่าที่จำได้นะ
2. เลเซอร์ Fraxel ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น 
แต่ทำให้เป็นสะเก็ดหลังทำ ต้องทายาที่หมอจ่ายให้ และภายในอาทิตย์เดียวก็จะหาย
 3. การเลเซอร์ มันยังไม่ได้แปลว่าจบรักษาในครั้งนั้น
คือผิวมันจะมีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเรื่อยๆ ในอีกหลายเดือนข้างหน้า
4. "ผิวจมูกไม่เหมือนผิวส่วนอื่น!
เลเซอร์รักษาไป มันจะไม่ได้ทำให้ผิวเรียบ 100% เหมือนผิวส่วนอื่น 
ตอนแรกเชอยอมรับตรงๆ ว่าเราก็เฟลนิดนึงนะ แบบ เห้ย.. เลไป ติ่งเนื้อชั้นจะไม่หายหรอ
ละรูขุมขนชั้นจะไม่หายไป 100% หรอ แต่พอฟังหมอพูดอธิบายตรงๆ ก็เออ เข้าใจได้
ดีกว่าหมอไม่บอก ละให้ความหวัง
หมอบอกว่า ถ้าจะเอาติ่งเนื้อนูนออกไปเลยนะ มันต้องทำ stem cell เจาะเลือดเราไปปั่น บลาๆ
ซึ่งแค่ฟังเจาะเลือดก็บายยยย ไม่เอาแล้ว 5555555
.
.
อ่ะ พอเคลียร์ทำความเข้าใจกับหมอแล้ว ก็ขึ้นเขียง! เอ้ยขึ้นเตียง!!
จนท. ที่ทำหน้าที่นี่น่ารักมาก มีหลายคนเลย บริการดีค่ะ เป็นกันเอง
เค้าก็จะมาคลีนหน้าให้และแปะยาชาให้ 45 นาที
 ห้องเป็นห้องส่วนตัว นอนหลับสบายฟังเพลง ไม่มีใครรบกวน
อ่ะเราไปดูภาพการเลเซอร์กันเลยดีกว่า
อันนี้ผิวก่อนเลครั้งแรกนะคะ นะคะ
1st Fraxel laser 
ถ้าสังเกต จะเห็นรอยบุ๋มด้วย ตะปุ่มตะป่ำตรงจมูกที่แสงกระทบ
ละก็แผลเป็นติ่งเนื้อกลมๆเห็นมั้ยยยย? นั่นแหละน่ารำคาญมาก555
ตรงรูขุมขนก็จะดำๆ เป็นเสี้ยนตอๆ เหตุเกิดจากการซนมือไปกดจมูกนี่แหละเธอเอ้ย
ความรู้สึกตอนเลเซอร์
อ่ะนึกภาพตามนะคะ ตอนเลอ่ะ จะมีจนท.ถือที่เป่าลมเย็นให้ 
เพื่อเป่าประกบกับการยิงเลเซอร์ แต่ลมมันเย็นและแรง
พอจนท.ถือให้ มันไม่ถนัดสำหรับเชออ่ะ อินี่เลยถือเอง55555555
คือจนท.ไม่ผิดนะ คือถือเองมันคุมง่ายกว่า
หายใจได้สะดวกกว่า ไม่งั้นลมมันเป่าเข้าจมูกตลอดเว หายใจไม่ออก555555
Share:

Sunday, April 15, 2018

REVIEW: WOWA VELVET LIP STAIN 6 สี!

ยุคนี้มันเป็นยุคของสงครามลิปสติกกกกกก!!
มีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ55555555
วันนี้หยิบเอาแบรนด์คนไทยมารีวิวบ้าง
ซึ่งก็คือแบรนด์ WOWA (วอวา) นั่นเองงง

ใครตามเชอใน FB/TWITTER จะเห็นว่าลงรีวิวแบรนด์นี้ใน #เดินกับเชอวันนี้ ไปหลายครั้งอยู่
ครั้งนี้ตามสัญญาว่าจะจัดเต็มชัดๆ ให้ 
อ่ะ ไปดูดีเทลค่ะ
WOWA VELVET LIP STAIN
นางเคลมว่านางเป็น VELVET LIP STAIN หรือลิปเนื้อกำมะหยี่นั่นเอง
เนื้อกำมะหยี่คือจะดูไม่แมทร้อยเปอร์เซ็นต์ มีความนวลซาตินเงานิสๆแมทหน่อยๆ
 เนื้อนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย และ paraben 
ผสานคุณค่า jojoba oil และ Vitamin E
 อ่ะไปดูทีละสีกันจ้า
สีแรก
#UNICORNTEARS
สีนี้เป็น Lip topper จ้า จะมีความเงาเมทัลลิควิบวับนิดๆ 
สามารถใช้เป็นไฮไลท์ที่หน้า หรือทาเป็นอายแชโดว์ก็ได้
อันนี้เชอทาทับปากสดๆ ให้ดูนะคะ เพื่อเทียบให้ดูสีจริงๆ 
ป่วยมาก 555555555 เพราะงั้นแนะนำให้ทาทับ ONLY
เนื้อลิปนางจะเบาๆ สมเป็นไฮไลท์ เกลี่ยลื่นง่ายๆ
รีวิว #UNICORNTEARS ที่เคยลงไปแล้ว
สีที่สอง
#ACCIO
สีนี้จะออกนู้ดนำ ติดน้ำตาลชมพูตุ่น 
เป็นสีแห่งการผสมผสานมาก! 5555555 และถือเป็นสีขายดีสุดของ WOWA เลยจ้า
คือทาได้ทุกวัน เนื้อลิปลื่นปรื๊ด 
รีวิว #ACCIO ที่เคยลงไปแล้ว


Share:
© cherriiecherry | All rights reserved.
Blog Design Handcrafted by pipdig